Compare Listings

รู้ไว้ไม่เสียหลาย – ตอน: กล้องวงจรปิด CCTV ติดบ้าน…ปลอดภัยจริงหรือ?

รู้ไว้ไม่เสียหลาย – ตอน: กล้องวงจรปิด CCTV ติดบ้าน…ปลอดภัยจริงหรือ?

รู้ไว้ไม่เสียหลาย – ตอน: กล้องวงจรปิด CCTV ติดบ้าน…ปลอดภัยจริงหรือ?

การสอดส่องดูแลและรักษาความปลอดภัยในสถานที่สำคัญต่างๆ นั้น ยุคนี้คงไม่มีที่ไหนที่ใช้พนักงานรักษาความปลอดภัยเฝ้าหรือเดินตระเวนยามกันทุกพื้นที่เหมือนในยุคแต่ก่อน ในยุคไทยแลนด์ 4.0 ก็คงหนีไม่พ้นการใช้กล้อง CCTV เป็นตัวช่วย เนื่องจากทั้งสามารถสอดส่องดูแลและรักษาความปลอดภัยได้ทั่วถึงกว่าแล้วนั้น ยังใช้จำนวนพนักงานรักษาความปลอดภัยน้อยลงมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายที่ประหยัดลง รวมถึงความปลอดภัยต่อตัวพนักงานรักษาความปลอดภัยเอง และสถานที่นั้นๆ มากขึ้นด้วย

แต่กล้อง CCTV แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ ใช่ว่าจะเหมาะสมกับการใช้งานเหมือนๆ กัน แต่ล้วนมีลักษณะจำเพาะที่เหมาะสมที่กล้องแต่ละชนิดพึงใช้งาน โดยรายละเอียดที่สำคัญเพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจเลือกกล้อง CCTV นั้นมีดังนี้

ความละเอียดและของภาพ

ความละเอียดและของภาพ หรือที่คนไทยชอบเรียกกันว่า กล้องตัวนี้ละเอียดกี่ล้านพิกเซล (Pixel) ซึ่งตัวเลขล้านพิกเซล (Pixel) นั้นหมายถึงมีความละเอียดในแนวตั้ง และแนวนอนรวมกันเท่าไหล่ ยกตัวอย่างเช่น กล้องความละเอียด Full HD หรือ 1,920 x 1,080 หรือเรียกอีกอย่างว่า 1,080P นั้นมีความละเอียดเท่ากับประมาณ 2 ล้านพิกเซล หรือวิธีคำนวณง่ายๆ คือ การจำเอาความละเอียดแนวนอน (1,920 พิกเซล) มาคูณกับความละเอียดแนวตั้ง (1,080 พิกเซล) นั่นเอง

ซึ่งจากการศึกษานั้นพบว่า ความละเอียดแนวนอนขั้นต่ำของใบหน้าบุคคลที่สามารถแยกแยะตัวบุคคลได้นั้นเท่ากับ 17 พิกเซล หรือ 40 พิกเซลในกรณีต้องการระบุอัตลักษณ์หรือลักษณะจำเพาะของบุคคลนั้นๆ ให้แม่นยำมากขึ้น กล่าวคือ ถ้าหากกล้อง CCTV มีความละเอียดเท่ากับ 720 x 480 พิกเซล (0.35 ล้านพิกเซล) ที่ความยาวเลนส์ 4 มม. นั้น ระยะที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ความละเอียดแนวนอนของใบหน้าประมาณ 20 พิกเซล เท่ากับระยะประมาณ 5 ม. ซึ่งถ้าหากบุคคลนั้นๆ อยู่ห่างจากกล้องไกลเกินกว่านี้ ก็อาจจะไม่สามารถแยกแยะตัวบุคคลได้เลย ดังนั้นถ้าหากพื้นที่ๆ ต้องการสอดส่องดูแลและรักษาความปลอดภัยโดยกล้อง CCTV นั้นมีระยะการติดตั้งกล้องที่ไกลเกินกว่า 5 ม. สำหรับกล้องตัวนี้ จะต้องหากล้องที่มีความละเอียดสูงกว่านี้ หรือกล้องที่มีมุมมองแคบกว่านี้ (ความยาวเลนส์มากขึ้น) เช่น ระยะที่ต้องการให้สามารถแยกแยะใบหน้าได้เท่ากับ 10 ม. จะต้องใช้กล้องมีความละเอียดสูงอย่างน้อย 1440 x 960 (1.38 ล้านพิกเซล) ที่ความยาวเลนส์เท่าเดิม หรือกล้องที่มีความละเอียดเท่าเดิมแต่ความยาวเลนส์เพิ่มมากขึ้นเป็น 8 มม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมุมมองที่ต้องการ

ความสามารถในการรับแสง/ความไวแสง

ความสามารถในการรับแสง/ความไวแสงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญมาก เพราะถ้าหากต้องการติดตั้งกล้อง CCTV ในพื้นที่ที่ค่อนข้างมืด แต่กล้องที่ใช้ติดตั้งมีความไวแสงต่ำ ก็จะส่งผลให้ภาพที่ได้มีความสว่างไม่เพียงพอ รวมถึงมีสัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นในภาพ (Noise) ค่อนข้างมาก หรือถ้าหากต้องการติดตั้งกล้อง CCTV ในพื้นที่ที่มีความสว่างของภาพที่แตกต่างกันมากๆ ในมุมมองเดียวกัน แล้วเลือกใช้กล้องไม่ถูกชนิด ก็จะส่งผลให้ภาพมืดในบริเวณที่มีความสว่างของแสงต่ำ และภาพสว่างเกินในบริเวณที่มีความสว่างของภาพมากในภาพเดียวกัน โดยรายละเอียดของกล้อง CCTV ที่ใช้พิจาณาความสามารถในการรับแสง/ความไวแสงของกล้องนั้น ได้แก่

  • ค่า ISO สูงสุดของกล้อง รวมถึงปริมาณสัญญาณรบกวนที่ ISO ต่างๆ ค่า ISO ที่สูงขึ้นนั้นหมายถึงความสามมารถในการเร่งความสว่างของภาพได้มากยิ่งขึ้น แต่ต้องแลกด้วยปริมาณสัญญาณรบกวนที่เพิ่มมากขึ้นด้วย ดังนั้นจึงต้องพิจารณาความสัมพันธ์ของค่าทั้ง 2 ให้เหมาะสม
  • ค่าความกว้างรูรับแสง หรือขนาดรูรับแสง และขนาดเซนเซอร์ (Sensor) กล้อง CCTV ที่มีขนาดรูรับแสงที่กว้างกว่านั้นหมายถึงกล้องที่มีความสามารถให้แสงผ่านเลนส์เข้ามายังเซนเซอร์ได้มากกว่า เช่น F/8 มีค่าความกว้างรูรับแสงที่กว้างกว่า F3.5 เป็นต้น และกล้องCCTV ที่มีขนาดเซนเซอร์ที่ใหญ่กว่านั้นหมายถึงกล้องที่มีพื้นที่สำหรับรับแสงได้มากกว่า เช่น เซนเซอร์ขนาด 1/3” ก็จะมีขนาดเซนเซอร์ที่ใหญ่กว่าเซนเซอร์ขนาด 1/4″ เป็นต้น ดังนั้น
  • ความสามารถด้าน HDR หรือ (High Dynamic Range) คือความสามารถที่จะเก็บภาพ/หรือวีดีโอที่มีความความสว่างของภาพในแต่ละบริเวณในเฟรมเดียวกันแตกต่างกันมากๆ
  • หลอดไฟช่วย กล้อง CCTV ที่มีค่า ISO สูงๆ ขนาดรูรับแสงกว้างๆ หรือขนาดเซนเซอร์ใหญ่ๆ คงไม่เพียงพอ ถ้าหากพื้นที่ที่ต้องการติดตั้งกล้องดังกล่าว ไม่มีแสงเลย ดังนั้นกล้อง CCTV จะต้องมีตัวช่วย นั่นก็คือหลอดไฟช่วย ซึ่งอาจจะเป็นแสงทั่วไปที่มนุษย์อย่างเราๆมองเห็น หรืออาจจะเป็นแสงอินฟราเรดที่มนุษย์มองไม่เห็นก็ได้ ซึ่งแสงดังกล่าวนี้อาจจะติดตั้งที่ตัวกล้อง หรือติดตั้งแยกออกมาก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ต้องพิจารณาความสามารถในการส่องสว่างของหลอดไฟช่วยดังกล่าวว่า สว่างเกินไปในระยะใกล้หลอดไฟ หรือมืดเกินไปในระยะไกลหลอดไฟหรือไม่

ความกว้างของมุมมอง

ความกว้างของมุมมองของกล้อง CCTV นั้นขึ้นอยู่กับความยาวเลนส์ และชนิดของเลนส์ ซึ่งกล้อง CCTV ทั่วไปอาจมีมุมมองตั้งแต่ 15 องศา ถึง 360 องศาได้เลยทีเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ต้องการให้กล้อง CCTV สามารถเก็บภาพในเฟรมเดียวกัน และปัจจับอื่นๆร่วมด้วยในการพิจารณา

ความสามารถในการเชื่อมต่อ

ความสามารถในการเชื่อมต่อ เช่น เดินสาย หรือ ไร้สาย กล้อง CCTV ชนิดเดินสายสัญญาณไปยังกล่องบันทึกวีดีโอนั้นมีข้อดีคือ สามารถส่งสัญญาณวีดีโอเพื่อบันทึกเก็บได้โดยที่สัญญาณรบกวนจากภายนอกไม่มีผลกระทบ แต่มีความยุ่งยากในการเดินสายสัญญาณให้สวยงามเรียบร้อย ในขณะที่กล้อง CCTV ไร้สายนั้นส่งสัญญาณวีดีโอด้วยระบบ Wi-fi ไปยังกล่องบันทึกวีดีโอเพื่อบันทึก หรือบันทึกวีดีโอที่หน่วยความจำภายในกล้อง โดยกล้องชนิดนี้สามารถถูกสัญญาณรบกวนภายนอกรบกวนการส่งสัญญาณวีดีโอได้ แต่ก็มีความสะดวกและง่ายในการติดตั้ง เนื่องจากไม่ต้องเดินสาย ซึ่งกล้องทั้งหมดนี้สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตเพื่อดูวีดีโอสด หรือย้อนหลังจากอุปกรณ์จากสถานที่อื่นๆ ได้

พื้นที่เก็บวีดีโอในตัวกล้อง หรือในกล่องบันทึก/กล่องรับสัญญาณกลาง

พื้นที่จัดเก็บวีดีโอก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือ ถ้าหากบันทึกวีดีโอในตัวกล้องแล้วนั้น เมื่อตัวกล้องถูกทำลาย วีดีโอก็จะถูกทำลายด้วย แต่ถ้าหากบันทึกวีดีโอในกล่องบันทึก/กล่องรับสัญญาณกลาง วีดีโอจะไม่ถูกทำลายแม้ตัวกล้องจะถูกทำลาย แต่ในทางกลับกันถ้าหากกล่องบันทึก/กล่องรับสัญญาณกลางถูกทำลาย วีดีโอของกล้องหลายๆตัวก็จะถูกทำลายไปพร้อมๆ กันทั้งหมด ต่างกับการบันทึกในตัวกล้องที่จะถูกทำลายเฉพาะวีดีโอของกล้อวตัวนั้นๆ เท่านั้น

ความสามารถในการกันน้ำ และกันฝุ่น

พื้นที่ที่จะติดตั้งกล้อง CCTV เป็นปัจจัยหลักในการเลือกชนิดของกล้อง เช่น ติดตั้งในพื้นที่ Outdoor ก็จะต้องการกล้องที่สามารถกันน้ำ และกันฝุ่นได้ แต่ถ้าหากติดตั้งภายในบ้านก็ไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด ทั้งนี้ต้องตรวจสอบความสามารถกันน้ำ และกันฝุ่นอีกครั้งว่ามีความเหมาะสมกับพื้นที่ดังกล่าวมากน้อยเพียงใด เช่น กล้องที่มีความสามารถในการกันน้ำ และกันฝุ่นที่ระดับ IP68 มีความสามารถในการกันฝุ่นระดับ 6 หรือ “Dust tight (การป้องกันฝุ่นสมบูรณ์แบบ)”  ซึ่งเป็นระดับสูงสุด และมีความสามารถในการกันน้ำระดับ 8 หรือ “Immersion, up to 1 m depth (กันน้ำในระดับน้ำลึก 1 ม.)”

หมายเหตุ: ศึกษาข้อมูเพิ่มเติมโดยการค้นหา “IP Code”

ความสามารถในการเก็บเสียงพร้อมวีดีโอ

ความสามารถในการเก็บเสียงพร้อมวีดีโอนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ติดตั้ง ว่าเสียงในบริเวณดังกล่าวมีความสำคัญมากน้อยเพียงใด เช่น ต้องการเก็บเสียงบทสนทนา หรือเสียงเหตุการณ์ต่างๆ

เฟรมเรต (Framerate)

เฟรมเรต หมายถึง จำนวนภาพต่อวินาทีของวีดีโอนั้นๆ โดยมาตรฐานแล้ววีดีโอจะถูกจัดเก็บที่เฟรมเรตประมาณ 25-30 เฟรมต่อวินาที แต่ทั้งนี้ถ้าต้องการบันทึกเหตุการณ์ที่มีการเคลื่อนไหวของวัตุหรือบุคคลที่มีความเร็วมาก อาจมีความต้องการในการจัดเก็บวีดีโอที่มีเฟรมเรตสูงขึ้น

 

รู้อย่างนี้แล้ว ก็เป็นเรื่องไม่ยากแล้วครับ ที่จะสามารถเลือกชนิดของกล้อง CCTV ให้เหมาะสมกับการใช้งาน ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง

“เก็บภาพได้ครบ ชัดเจนทุกมุมมอง“

 

ติดตามสาระดีๆเพื่อเติมได้ที่: Facebook Fanpage – Happy Life Property

img

happylife

Related posts

รู้ไว้ไม่เสียหลาย – ตอน: 10 ต้นไม้ฟอกอากาศ ควรปลูกในบ้าน

...

Continue reading
by happylife

รู้ไว้ไม่เสียหลาย – ตอน: เปิดแอร์พร้อมพัดลม ใครว่าเปลืองไฟ?

...

Continue reading
by happylife

รู้ไว้ไม่เสียหลาย – ตอน: ความเหมือนที่แตกต่างของผนังบ้าน

...

Continue reading
by happylife

Join The Discussion