วัสดุไม้ทำเฟอร์นิเจอร์ แต่ละประเภท “เหมือน” หรือ “ต่าง” กันอย่างไร?

  • 1 month ago
  • Tips
  • 1

หลายคนที่กำลังคิดจะตกแต่งบ้าน คงมีความสงสัยว่าวัสดุไม้ที่ไว้ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์นั้นทำไมถึงมีหลากหลายประเภทกันจัง แล้วจะเลือกวัสดุไม้ประเภทไหนถึงจะเหมาะกับลักษณะการใช้งานที่สุด วันนี้ที่ Happy Life Property มีคำตอบ

ไม้ที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะ ตู้ เตียง เก้าอี้ ต่างๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อิน เฟอร์นิเจอร์แบบสำเร็จรูป หรือเฟอร์นิเจอร์น็อคดาวน์ ซึ่งวัสดุไม้นี้นั้นก็มีหลากหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทนั้นก็มีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกัน ทั้งในด้าน การใช้งาน ราคา ความคงทน กระบวนการผลิต จะได้ไม่โดยเซลล์ หรือ ช่าง หลอกกันนะครับ

ซึ่งในปัจจุบัน เทคโนโลยีวัสดุไม้ที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์นั้นก้าวไกลไปมากแล้ว ซึ่งมีทั้งวัสดุธรรมชาติ และวัสดุสังเคราะห์ โดยหลักๆ แล้ววัสดุไม้ที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์มีอยู่ด้วยกันคร่าวๆ 4 ประเภท ดังนี้ ไม้ปาติเกิล (Particle Board), ไม้ MDF (Medium-Density Fiber), ไม้อัด (Plywood) และไม้แท้ หรือ ไม้จริง นั้นเอง

ไม้ปาติเกิล (Particle Board)

ไม้ประเภทนี้ส่วนมากเป็นการนำเศษไม้ เช่น ไม้ยางพารา หรือ ขี้เลื่อย (Sawdust หรือ Wood Dust)” ซึ่งก็จะมีขนาดเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ซึ่งเศาไม้เหล่านี้ก็จะถูกนำมาผ่านกรรมวิธี อัดบดเป็นแผ่น ผสมกาว และ ผ่านกระบวนการทางเคมีจนได้แผ่นไม้ขนาดต่างๆ แต่เนื่องจากพื้นผิวของไม้ประเภทนี้ไม้ได้มีลวดลาดหรือผิวสัมผัสที่ดีมากนัก จึงต้องมีการปิดผิวด้วย ด้วย กระดาษพิมพ์ลาย, แผ่นฟอยล์ (Foil), แผ่นเมลามีน (Melamine) หรือแผ่นลามิเนต (Laminate) เพื่อความสวยงาม

เนื่องด้วยมีราคาที่ค่อนข้างถูกมาก จึงมีความนิยมเพื่อนำไปใช้ผลิตเฟอร์นิเจอร์สูงมาก

ข้อดี

– ราคาถูกมาก

– มีน้ำหนักเบา ขนย้ายสะดวก

– เป็นที่นิยมใช้กันในวงกว้าง หาซื้อได้ง่าย

ข้อเสีย

– ไม่แข็งแรง เมื่อเทียบกับวัสดุไม้ประเภทอื่นๆ

– ไม่กันน้ำ (ถ้าหากมีการปิดผิวก็จะสามารถกันน้ำได้) ซึ่งอาจบวมน้ำและยุ่ยเป็นขุยได้บริเวณมุม หรือขอบของผิวปิด หรือบริเวณที่ผิวปิดเสียหาย และอาจจะขึ้นราได้ง่ายภายใต้ความชื้น

– ไม่สามารถพ่นสีบนตัวงานได้ และ ปิดผิว PVC ได้ไม่เรียบมากนัก เนื่องจากเศษไม้ที่นำมาบดอัดมีขนาดไม่เท่ากัน

ไม้ MDF (Medium-Density Fiber)

ไม้ MDF (Medium-Density Fiber) หรือ แผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นปานกลาง นั้นมีความคล้ายกับไม้ปาติเกิล (Particle Board) แต่ต่างที่ ม้ MDF จะผ่านกระบวนการอัดไม้ ด้วยเครื่องบดอัดไม้เฉพาะที่มีแรงอัดสูงมาก พร้อมกับความร้อน ด้วยเครื่องจักรเฉพาะทาง โดย ไม้ MDF นั้นจะมีความหนาแน่นที่สูงกว่า และมีเนื้อไม้ที่แน่น และละเอียดมากกว่า รวมถึงมีผิวที่เนียนมากกว่า โดยมีความหนาแน่นที่ประมาณ 500 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (kg/m3) ขึ้นไป

ไม้ MDF นั้นสามารถปิดผิว ได้หลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น การปิดผิวด้วย กระดาษพิมพ์ลาย, แผ่นฟอยล์ (Foil), แผ่นเมลามีน (Melamine) หรือแผ่นลามิเนต (Laminate) รวมถึงพีวีซี (PVC) และการพ่นสีทับ

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ จะได้งานไม้ที่มีความเรียบเนียนกว่างานไม้ปาติเกิลบอร์ดมากๆ ขึ้นรูปได้สะดวก เจาะรูง่าย ทำออกมาเป็นชิ้นงานง่ายขึ้น เน้นเรื่องการทำสีเป็นส่วนใหญ่ และราคาถูกกว่าไม้อัด อยู่พอสมควร

ข้อดี

– ความหนาแน่น (Density) ของแผ่นไม้สูงกว่า ไม้ปาร์ติเกิ้ล

– ผิวละเอียด เรียบเนียน สม่ำเสมอ ตลอดทั้งแผ่น

– มีความแข็งแรงมากกว่ากว่า รับน้ำหนักได้มากกว่า

– สามารถพ่นสี ทาสีลงเข้าไปในเนื้อไม้ได้

– สามารถทนน้ำได้ดีกว่าไม้ปาร์ติเกิ้ล

ข้อเสีย

– มีราคาที่สูงกว่าไม้ปาร์ติเกิ้ล

– มีน้ำหนักมากกว่าไม้ปาร์ติเกิ้ล เนื่องจากเนื้อไม้มีความหนาแน่นมากกว่า

– ต้องระวังเรื่องความชื้น และ การโดนน้ำเช่นกัน แม้จะทนกว่าไม้ปาร์ติเกิ้ลก็ตาม

– ขณะตัดไม้ จะมีฝุ่นเป็นจำนวนมาก

ไม้อัด (Plywood)

ไม้อัด ถือเป็นไม้ที่มีคุณภาพดีขึ้นมาอีกระดับหึ่ง กล่าวคือ ดีกว่าทั้งไม้ปาติเกิล และไม้ MDF ในแง่ของความทนทาน แข็งแรง และคุณสมบัติพิเศษต่างๆ เช่น การกันน้ำ กันปลวก เป็นต้น ส่วนใหญ่แล้ว ไม้อัด จะมีกระบวนการผลิตโดยการนำไม้มาปอกเปลือกชั้นนอกออก และทำให้บาง และอัดเป็นชั้นๆ จนแน่น หลังจากนั้นนำไปผ่านกระบวนการทางเคมี ซึ่งอาจเป็นการนำมาผสมกับกาวร้อนหรือกาวเย็น และ ปิดผิวด้วยเยื่อบุไม้ ซึ่งไม้อัด นั้นก็อาจจะทำมาจากไม้ชนิดต่างๆ ได้หลายชนิด

นอกจากจะมีความคงทน แข็งแรง แล้ว ยังอาจจมีคุณสมบัติพิเศษตามแต่ผู้ผลิตอีกด้วย เช่น การกันน้ำ กันปลวกและแมลงจำพวกกินเนื้อไม้ได้ เป็นต้น

ข้อดี

– แข็งแรง ทนทาน

– สามารถป้องกัน หรือ โดนน้ำได้ในระดับนึง

– สามารถทนความชื้นต่างๆ ได้เช่นกัน

– สามารถกันปลวกได้

– มีความสวยงาม ผิวดูเรียบ และมีออปชั่นให้เลือกมากมาย

ข้อเสีย

– ราคาค่อนข้างสูง

– มีน้ำหนักมาก

ไม้แท้ หรือ ไม้จริง (Wood)

ไม้แท้นั้นสามารถแยกออกได้หลากหลายชนิดมากๆ ตั้งแต่ ชนิดของไม้ และอายุเนื้อไม้ ซึ่งโดยทั่วไปนั้นจะมีทั้งความทนทาน และความสวยงาม มากกว่าไม้ทั้ง 3 ประเภทข้างต้น แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องทำการอบน้ำยาเพื่อป้องกันเชื้อรา แมลง ปลวก มอดกินไม้ ต่างๆ ด้วยเพื่อเสริมคุณสมบัติให้ดียิ่งขึ้น

ข้อดี

– มีความแข็งแรง คงทน (ถ้าอายุไม้อยู่ในระดับที่พอดี)

– มีความสวยงาม และ ผู้ใช้งานจะได้สัมผัสกับ ลวดลายไม้ เห็นเนื้อไม้ จากธรรมชาติ จริงๆ

ข้อเสีย

– มีราคาแพงสุด หายาก

– ต้องดูดีๆ ว่า ไม้แท้ ที่ได้มาทำเฟอร์นิเจอร์ มีอายุเก่าแก่มากน้อยเพียงใด ถ้าได้อายุน้อยๆ ก็อาจจะไม่แข็งแรงได้

– ต้องระวังเรื่องปลวก และ แมลง ต่างๆ กระบวนการทาน้ำยาเคลือบรักษาเนื้อไม้ จึงต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง

– ควรหมั่นทาน้ำยารักษาเนื้อไม้ อย่างสม่ำเสมอ

ถ้าผู้อ่านนั้นอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็คงจะเข้าใจถึงวัสดุไม้ทำเฟอร์นิเจอร์อย่างดีแล้ว ก็ขอให้ทุกๆคนที่กำลังคิดจะตกแต่งบ้านเลือกวัสดุไม้ตกแต่งบ้านให้เหมาะสมกับการใช้งาน และงบประมาณของท่าน และขอให้ทุกๆท่านตกแต่งบ้านอย่างมีความสุขนะครับ

Join The Discussion

Compare listings

Compare